อาการโควิด คืออะไร

อาการโควิด (COVID-19) คือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งเกิดจากไวรัสชื่อว่า SARS-CoV-2 (Severe Acute Respiratory Syndrome Coronavirus 2) ที่เริ่มระบาดครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เมื่อปลายปี พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019)

เป็น โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ ที่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่าน ละอองฝอย จากการไอ จาม หรือพูด ไวรัสสามารถอยู่ในอากาศเป็นเวลาสั้น ๆ หรือเกาะอยู่บนพื้นผิวต่างๆ แล้วติดมือผู้สัมผัส

ตอนที่ 1 : โควิดมีกี่สายพันธุ์

ตอนที่ 2 : อาการโควิดเป็นยังไง

ตอนที่ 3 : โควิดในเด็ก – ผู้ใหญ่ แตกต่างกันแค่ไหน

ตอนที่ 4 : วิธีการรักษาโควิด

ตอนที่ 5 : สรุป

โควิด มีกี่สายพันธุ์

อาการโควิด

ไวรัสโควิด-19 (SARS-CoV-2) มีหลายสายพันธุ์ (Variants) ซึ่งเกิดจากการกลายพันธุ์ของไวรัสตามธรรมชาติ โดยบางสายพันธุ์มีความสามารถในการแพร่กระจายเร็วขึ้น หรือดื้อต่อภูมิคุ้มกันมากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม องค์การอนามัยโลก (WHO) แบ่งสายพันธุ์หลักของโควิดออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

1.) Variants of Concern (VOC)

สายพันธุ์กลุ่มนี้มีผลต่อความรุนแรงของโรค การแพร่กระจาย หรือประสิทธิภาพของวัคซีน

  • อัลฟา (Alpha) : พบครั้งแรกในอังกฤษ แพร่เร็ว
  • เบตา (Beta) : พบในแอฟริกาใต้ ดื้อต่อภูมิคุ้มกันบางส่วน
  • แกมมา (Gamma) : พบในบราซิล ดื้อต่อแอนติบอดีบางชนิด
  • เดลตา (Delta) : พบในอินเดีย แพร่ได้เร็วและรุนแรง
  • โอมิครอน (Omicron) : แพร่เร็วมาก แต่รุนแรงน้อยลง (หลายสายย่อย เช่น BA.1, BA.2, XBB, EG.5, JN.1)

2.) Variants of Interest (VOI)

กลุ่มนี้ยังไม่แพร่กระจายมากนัก แต่มีศักยภาพที่จะกลายเป็น VOC ได้ ตัวอย่างเช่น Lambda (C.37) , Mu (B.1.621) , BA.2.75 (Centaurus)

3.) Variants Under Monitoring (VUM)

คือกลุ่มที่ยังไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าจะกระทบต่อสาธารณสุข แต่ต้องจับตาใกล้ชิด

อาการโควิด เป็นยังไง

อาการของCOVID-19 จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของไวรัส, อายุ, ภูมิคุ้มกัน และโรคประจำตัว โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ อาการเล็กน้อย, ปานกลาง และรุนแรง แต่ก็ยังสามารถเล่น หวยไว ได้

กลุ่ม อาการโควิด แยกตามความรุนแรง

🟢 1. ไม่แสดงอาการ (Asymptomatic) ตรวจพบเชื้อแต่ไม่มีอาการใด ๆ เลย มักพบในวัยรุ่นหรือคนแข็งแรง 

🟡 2. อาการเล็กน้อยถึงปานกลาง ไข้ต่ำ ๆ / ไอ / เจ็บคอ / ปวดกล้ามเนื้อ เหมือนไข้หวัดทั่วไป หายเองได้ภายใน 5–10 วัน 

🔴 3. อาการรุนแรง หายใจลำบาก / เจ็บหน้าอก / ปอดอักเสบ ความอิ่มออกซิเจนต่ำกว่า 94% เสี่ยงเสียชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา พบได้มากในผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคเรื้อรัง (เบาหวาน, หัวใจ, ไต)

อาการโควิด ในปี 2025 (โอมิครอนสายย่อย)

  • ส่วนใหญ่เป็น ไข้ต่ำๆ + ไอ + เจ็บคอ + น้ำมูก
  • หายใจลำบากน้อยลง เมื่อเทียบกับสายพันธุ์เดลตา
  • มักหายภายใน 5–7 วัน (กรณีไม่มีโรคประจำตัว)

โควิดในเด็ก - ผู้ใหญ่ แตกต่างกันแค่ไหน

อาการโควิด

COVID-19 ในเด็กและผู้ใหญ่มีความแตกต่างกันทั้งในด้านอาการ ความรุนแรง การแพร่เชื้อ และการฟื้นตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำความเข้าใจเพื่อการดูแลอย่างเหมาะสม โดยสามารถเปรียบเทียบได้ดังนี้

โควิด ในเด็ก

  • อัตราการติดเชื้อ ติดได้ง่าย โดยเฉพาะในโรงเรียนหรือศูนย์เด็กเล็ก
  • อาการที่แสดง ส่วนใหญ่อาการน้อย ไข้ต่ำ, ไอ, น้ำมูก
  • อัตราไม่แสดงอาการ สูงมาก (30–50%)
  • อาการรุนแรง พบน้อยมาก
  • ภาวะแทรกซ้อน อาจพบ MIS-C (อักเสบหลายระบบ)
  • การฟื้นตัว ฟื้นตัวเร็วภายใน 5–7 วัน
  • การแพร่เชื้อให้ผู้อื่น สามารถแพร่ได้แม้อาการน้อย

โควิดในผู้ใหญ่

  • อัตราการติดเชื้อ ติดง่ายเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มทำงานใกล้ชิด
  • อาการที่แสดง อาการชัดเจน ไข้สูง, ไอ, อ่อนเพลีย
  • อัตราไม่แสดงอาการ น้อยกว่า (ประมาณ 10–30%)
  • อาการรุนแรง พบบ่อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ/มีโรคประจำตัว
  • ภาวะแทรกซ้อน อาจพบภาวะ Long COVID และปอดอักเสบ
  • การฟื้นตัว อาจใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า โดยเฉพาะถ้าติดเชื้อรุนแรง
  • การแพร่เชื้อให้ผู้อื่น แพร่ได้มาก โดยเฉพาะช่วงมีอาการชัดเจน

ภาวะแทรกซ้อนเฉพาะในเด็ก: MIS-C

  • ย่อมาจาก Multisystem Inflammatory Syndrome in Children 
  • เป็นภาวะอักเสบรุนแรงหลายระบบที่เกิดขึ้นหลังติดโควิด 2–6 สัปดาห์ 
  • อาการ: ไข้สูง, ผื่น, อาเจียน, ตาแดง, หัวใจเต้นผิดจังหวะ 
  • พบได้น้อยแต่ควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ความเสี่ยงในผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน , ความดันโลหิตสูง ,โรคหัวใจ ,โรคไต ,โรคอ้วน จะมี ความเสี่ยงสูงต่ออาการรุนแรง  หวยไว

วิธีการรักษา โควิด

อาการโควิด

🟢 1. ผู้ป่วยไม่มีอาการ / อาการเล็กน้อย (สีเขียว)

✅ วิธีรักษา

  • พักผ่อนให้เพียงพอ 
  • ดื่มน้ำมากๆ วันละ 1.5 – 2 ลิตร 
  • รับประทานอาหารมีประโยชน์ 
  • แยกตัว 5–10 วัน (ตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข) 
  • ใช้ยาตามอาการ เช่น: พาราเซตามอล ลดไข้/ปวดหัว , ยาแก้ไอ หรือ ยาแก้แพ้ สำหรับไอน้ำมูก

❌ หลีกเลี่ยง

  • ยาปฏิชีวนะ (ไม่มีผลกับไวรัส)
  • การใช้ยาสมุนไพรโดยไม่ปรึกษาแพทย์

 

🟡 2. ผู้ป่วยอาการปานกลาง (สีเหลือง)

ลักษณะอาการ

  • ไข้สูงต่อเนื่อง
  • ไอหนัก เจ็บหน้าอก
  • มีโรคประจำตัวร่วม
  •  

✅ วิธีรักษา

  • แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส เช่น: Molnupiravir หรือ Paxlovid (nirmatrelvir/ritonavir) 
  • พักรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) หรือ Hospitel หากไม่มีอาการเสี่ยง

 

🔴 3. ผู้ป่วยอาการรุนแรง (สีแดง)

ลักษณะอาการ

  • หายใจลำบาก 
  • ออกซิเจนในเลือดต่ำ (ต่ำกว่า 94%) 
  • เจ็บหน้าอก/หมดสติ

✅ วิธีรักษา

  • เข้ารักษาในโรงพยาบาลทันที 
  • ให้ ออกซิเจนเสริม 
  • ใช้ ยาต้านไวรัสร่วมกับยาควบคุมภูมิ เช่น: Remdesivir Dexamethasone Tocilizumab (ในบางราย) 
  • อาจใช้ เครื่องช่วยหายใจ หากมีภาวะปอดอักเสบรุนแรง

สรุป

เรียกได้ว่าช่วงนี้โควิดกลับมาระบาดอีกแล้วในปีนี้และเป็นสายพันธ์ุใหม่อีกด้วย อาการที่เห็นชัดๆเลยคือ อาการเจ็บคออย่างรุนแรง ปวดเมื่อยเนื้อตัว มีไอ ในบางคนอาจจะมีอาการไอร่วมด้วย วิธีษาก็กินยาตามอาการ พักผ่อน 5-7 วันอาการก็จะมีขึ้น